เชื่อกันว่า บรรพบุรุษของชาวอะบอริจิน อพยพมาจากอินโดนีเซีย มาตั้งถิ่นฐานที่ทวีปออสเตรเลีย เมื่อห้าพันกว่าปีที่ผ่านมา
ชาวอะบอริจิน อาศัยอยู่รวมกันเป็นกลุ่มครอบครัวขยาย คือมีบรรพบุรุษร่วมกัน และมีขนบประเพณีที่เชื่อมโยงกัน ระหว่างคน และดินแดนที่อาศัย
ลักษณะการดำเนินชีวิตและความเชื่อ ของชาวอะบอริจิน
มีความเชื่อถือในเรื่อง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวอะบอริจิน เชื่อว่าเป็นสถานที่ ที่วิญญาณจะเดินทาง กลับไปอยู่หลังจาก ตายไปแล้ว ซึ่งลูกหลานหรือ สมาชิกในคนในครอบครัว ที่ยังมีชีวิตอยู่ ก็จะประกอบพิธีกรรมแสดงความเคารพ
เพื่อเป็นเกียรติแก่วิญญาณบรรพบุรุษ มีความเชื่อว่า วิญญาณของบรรพบุรุษ จะคอยคุ้มครอง ปกป้องรักษา เผ่าของตนสืบไป ไม่ก่อให้เกิดภัยธรรมชาติ หรือโรคภัยที่ลึกลับ ชาวอะบอริจิน มีหลากหลายเผ่า บ้างก็ตั้งถิ่นฐานอยู่ เป็นหลักแหล่ง บ้างก็ ดำรงชีวิตตล้ายกลุ่มชนเร่ร่อน
บทบาทของฝ่ายชาย คือ การเป็นนักล่า และพิทักษ์รักษากฎหมาย ของฝ่ายชาย ส่วนฝ่ายหญิงจะคอยดูแล เลี้ยงดูเด็ก หุงหาอาหาร ซึ่งฝ่ายหญิงก็จะมีกฎ และ พิธีกรรมเฉพาะของตนเช่นกัน ชาวอะบอริจินรู้จักใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับ พฤติกรรมของสัตว์ และ ฤดูกาล ของพืชชนิดต่างๆ ไม่ล่าสัตว์ หรือ เก็บเกี่ยวพืชผล จนถึงขนาด ที่จะนำ ไปสู่ การสูญพันธุ์
"นับได้ว่าชาวอะบอริจิน เป็นนักอนุรักษ์ธรรมชาติโดยแท้ ชาวอะบอริจินยุคแรกมีการค้าขาย แลกเปลี่ยน สินค้า เช่นเดียวกัน บูมเมอแรง และดินเหลือง นับเป็นสินค้า ที่สำคัญ ก้อนหินหรือ เปลือกหอยที่หายาก และมีความสำคัญ ทางพิธีกรรม ก็เป็น อีกอย่างที่มีการ แลกเปลี่ยนกัน"
เมื่อประมาณ 200 ปี มาแล้ว ที่คนขาว เข้ามาตั้งรกราก ที่อ่าวซิดนีย์ เป็นครั้งแรก มีชาวอะบอริจิน อาศัยอยู่ ในออสเตรเลีย กว่า 300,000 คน และ มีภาษาพูด กว่า 250 ภาษา ซึ่งบางภาษา แตกต่างกัน อย่างสิ้นเชิง เฉพาะในเกาะทัสมาเนีย มีภาษาต่างกันถึง 8 ภาษา ขณะที่เผ่า ที่เคยอาศัย อยู่สองฟาก อ่าวซิดนีย์ ก็ใช้ภาษา ที่แตกต่างกัน สื่อสารไม่เป็นที่เข้าใจ ซึ่งกันและกัน จาก สภาพ สังคม เช่นนี้ ทำให้การประสานงาน เพื่อตอบโต้ ลัทธิจักรวรรดินิยม ของชาติตะวันตก ย่อมเป็นไปได้ยาก
ฉะนั้น ชาวยุโรป ที่เดินทาง มาถึง จึงขนานนาม ดินแดนแห่งนี้ว่า “Terra Nullius” หมายถึง ดินแดนที่ไร้ผู้คน ไม่ใยดี กับ การอาศัยอยู่ ของชาวอะบิริจิน แม้แต่น้อย มองว่าชาวอะบอริจิน ไม่มีระบบ การปกครอง ที่เด่นชัด ไม่มีระบบ ตลาด ไม่มีการ ตั้งถิ่นฐานถาวร และ ไม่มีหลักฐาน แสดงความ เป็น เจ้าของที่ดิน ดังนั้น เมื่อฟิลิปส์ ผู้สำเร็จราชการ แทน กษัตริย์ อังกฤษ เชิญ ธงชาติอังกฤษ ขึ้นสู่ยอดเสา ที่อ่าวซิดนีย์ เมื่อปี ค.ศ.1788 กฎหมาย ของอังกฤษ ก็ได้กลายมา เป็นกฎหมาย ที่ใข้ใน การปกครอง ชาวอะบอริจิน ทั่วทวีปออสเครเลีย
